นางกากี

posted on 15 Jul 2009 12:42 by thaicharm

เสน่ห์นางในวรรณดคี : นางกากี  

จากวรรณคดีไทย เรื่องกากี 

        

             กากีเป็นตัวละครหญิงที่รู้จักกันดีตั้งแต่สมัยอยุธยา ได้รับความนิยมสืบต่อกันมาจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ดังปรากฏในบทเห่เรื่องกากี พระนิพนธ์ของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศ  และเรื่องกากีคำกลอน เป็นผลงานการประพันธ์ของ    เจ้าพระยาพระคลัง (หน)

                กากีนับเป็นนางเอกที่อื้อฉาวที่สุดเลยก็ว่าได้ นางกากีนอกจากจะมีรูปกายงดงามราวกับเทพธิดาแล้ว ยังมีกลิ่นกายหอมเป็นพิเศษอีกอย่างหนึ่ง ชายใดที่แตะต้องสัมผัสนางก็จะหอมติดชายคนนั้นไปเจ็ดวันเลยทีเดียว นางกากีเป็นมเหสีของท้าวบรมพรหมทัต โปรดการเล่นสกามาก และมีพระยาครุฑเวนไตยซึ่งแปลงร่างเป็นมานพรูปงามมาเล่นสกา จนวันหนึ่งเล่นเพลินมิได้ไปหานางกากี นางจึงมาแอบดูและสบตาเข้ากับพระยาครุฑ ต่างก็เกิดอาการหวั่นไหว

๑. บทบาท
           นางกากีมีบทบาทเป็นภรรยาของชายถึง ๓ คน คือ พระเจ้าพรหมทัตซึ่งเป็นมนุษย์  พญาครุฑซึ่งเป็นสัตว์  และนาฎกุเวรซึ่งเป็นยักษ์  นางยินดีและเต็มใจเป็นภรรยาของชายทั้ง ๓ โดยไม่ได้ถูกบังคับไม่ว่าทั้งทางกายหรือทางใจ  การกระทำของนางจึงเป็นการสนองความปรารถนาในเพศรสอันเป็นลักษณะนิสัยของนาง  ทั้งๆ ที่นางเองตระหนักการคบชู้เป็นการผิดศิลธรรมและจารีต  และหากมีประเวณีกับชายมากกว่าสองคนยิ่งบาปหนักขึ้น ดังที่นางกว่ากับพญาครุฑว่าแต่เสียหนึ่งได้สองก็ต้องห้าม  ถ้าทั้งสามปฎิพัทธ์โอ้บัดสี              แต่พฤติกรรมของนางกากีกลับขัดแย้งกับคำพูดของนางข้างต้น  ความหลงใหลในรูปโฉม  ทำให้นางทิ้งเจ้าพรหมทัตไปอยู่กับพญาครุฑ  และความลุ่มหลงในเพศรสทำให้นางกากีไปเป็นชู้กับนาฎกุเวรอีกคน  จะเห็นได้ว่านางกากีมีชู้ตลอดเวลาที่อยู่กับผู้ชายคนใดคนหนึ่ง 
                 จากบทบาทของนางกากีข้างต้น ดิฉันมีความคิดเห็นว่า นางกากีเป็นตัวละครหญิงที่มีลักษณะตรงกันข้ามกับผู้หญิงในอุดมคติของสังคม อาจจัดได้ว่านางกากีเป็นตัวอย่างของผู้หญิงชั่ว


                ๑.๑ การดำเนินเรื่อง 

                       เนื้อเรื่องย่อ    
                                ท้าวพรหมทัต
กษัตริย์แห่งนครพาราณสีแม้จะอายุมากแล้ว แต่ก็มีพระมเหสีรูปงามกลิ่นกายหอมชื่อว่านางกากี พระองค์รักและหลงใหลนางกากี ไม่ให้มหาดเล็ก คนสนิทที่เป็นชายเข้าใกล้หรือได้เห็นนางยกเว้นที่จำเป็นเพียงไม่กี่คนเท่านั้น หนึ่งในหนุ่มคนสนิทที่สามารถเข้าใกล้นางกากีได้คือ นาฏกุเวร ผู้เป็นคนธรรพ์รูปงามมีหน้าที่บรรเลงดนตรี แต่งกลอน ขับกล่อม ให้แก่ท้าวพรหมทัต ในยามที่พระองค์เล่นสกากีฬาโปรดปรานกับพระสหายสนิท ตามปกติคนธรรพ์เป็นกึ่งมนุษย์กึ่งเทวดาที่มีความสามารถสูง ยิ่งเป็นนาฏกุเวรผู้มีความเปรื่องปราชญ์ก็ยิ่งเป็นที่รักใคร่ไว้วางพระทัยของท้าวพรหมทัต นอกจากพระประยูรญาติที่ท้าวพรหมทัตโปรดให้เล่นสกาด้วยแล้ว พระองค์มีสหายสนิทผู้มีความลึกลับที่มีฝีมือการทอดสกาเทียบเท่าพระองค์นามว่าเวนไตย เวนไตยเป็นพญาครุฑที่มีวิมานชื่อฉิมพลีตั้งอยู่ที่เชิงเขาพระสุเมรุเหนือดงงิ้ว ผู้มีร่างมาเป็นมานพรูปร่างสง่างามในเมืองมนุษย์ เวนไตยไม่ยอมบอกว่าตัวเองมาจากที่ไหน แต่ก็มาเล่นสกากับท้าวพรหมทัตอย่างสม่ำเสมอทุกๆ เจ็ดวัน
                คำร่ำลือถึงความสง่างามของพญาเวนไตยจากสนมกำนัลมาเข้าหูนางกากี นางกากีลองแอบดูครั้งหนึ่งก็พอดีกับเวนไตยมองมา ทั้งคู่ต่างตื่นเต้นในความงามของกันและกันทำให้เวนไตยถึงกับทำอุบายลักพานางกากีไปจากท้าวพรหมทัต โดยการจำแลงตัวเป็นพญาครุฑบินไปบังแสงอาทิตย์ที่ส่องเมืองพาราณสีทำให้เมืองมืดมิดและอลหม่านจากการเกิดพายุใหญ่กระหน่ำ เวนไตยฉวยโอกาสนี้พาตัวนางกากีไปสมสู่ ณ วิมานฉิมพลี เนื่องจากนางกากีก็พึงพอใจเวนไตยเมื่อยามเป็นชายหนุ่มรูปร่างสง่างามในวิมานฉิมพลี ท้าวพรหมทัตเป็นทุกข์ระทมเมื่อนางกากีมเหสีสุดสวาทได้หายไปไม่สามารถตามหาได้ นาฏกุเวรผู้แอบหลงรักในรูปและกลิ่นกายของนางกากีอาสานำตัวนางกากีกลับ เพราะรู้ระแคะระคายเนื่องจากเหตุการณ์ในวันที่เวนไตยสบตากับนางกากีไม่พ้นจากสายตาของคนธรรพ์หนุ่มนี้ไปได้ นาฏกุเวรได้ผูกกลอนขับกล่อมขณะที่เวนไตยเล่นสกากับท้าวพรหมทัตจนสังเกตความผิดปรกติของเวนไตยได้ เมื่อท้าวพรหมทัตทรงอนุญาต การเล่นสกาครั้งต่อมานาฏกุเวรจึงแปลงร่างเป็นตัวไรเกาะปีกเวนไตยเมื่อเขากลายเป็นพญาครุฑตามไปถึงวิมานฉิมพลี เมื่อเวนไตยออกไปปฏิบัติภารกิจนอกวิมาน ก็คืนร่างเป็นนาฏกุเวรคนเดิม ด้วยความเสน่หาที่มีต่อนางกากี นาฏกุเวรก็ขอร่วมอภิรมย์สมสู่กับนางกากี โดยขู่ว่าจะไม่เปิดเผยความลับระหว่างเวนไตยกับนาง นางกากีเห็นว่านาฏกุเวรเปิดเผยว่ารักใคร่ตัวนางมาก่อน ก็ยอมสมสู่ด้วยเมื่อถึงกำหนดนัดเล่นสกากับท้าวพรหมทัต นาฏกุเวรก็จำแลงเป็นตัวไรเกาะปีพญาครุฑเวนไตยกลับเมืองพาราณสี และได้กราบทูลให้ท้าวพรหมทัตทำเป็นไม่ทราบเรื่อง ระหว่างการเล่นสกานาฏกุเวรก็แต่งกลอนยั่วยุให้เวนไตยโกรธ โดยพรรณาถึงรายละเอียดทุกอย่างที่นางกากีมี แสดงว่านาฏกุเวรได้ร่วมอภิรมย์รักโดยนางกากีก็สมัครใจ เวนไตยโกรธมากที่นางกากีทรยศต่อตัวเอง เมื่อกลับไปก็คาดคั้นเอาความจริงกับนางกากี แต่นางกากียอมรับตอนหลังอ้างว่าถูกบังคับ ซึ่งเวนไตยไม่เชื่อและส่งนางกากีกลับคืนเมืองพาราณสี ท้าวพรหมทัตทั้งรักทั้งแค้นทั้งอับอาย ทรงตัดเยื่อใยนางกากีและสั่งให้มหาดเล็กนำไปลอยแพในมหาสมุทร

                นางกากีต้องเผชิญเคราะห์กรรมอย่างแสนสาหัส เมื่อนายสำเภามาพบนางสลบไสลบนแพ เรือนร่างที่สวยงามย่อมเป็นที่หมายปองของนายสำเภา เขาจึงได้นางกากีเป็นภรรยา ต่อมาโจรสลัดได้ปล้นเรือนายสำเภาและหัวหน้าโจรบังคับนางกากีให้เป็นภรรยาอีก ท่ามกลางความอิจฉาริษยาของสมุนโจร เพราะหัวหน้าโจรไม่ยอมแบ่งผู้หญิงให้เหมือนรายอื่นๆ ในที่สุดก็เกิดการแก่งแย่งนางกากีกันในหมู่โจร ถึงกับฆ่าฟันกันเอง นางกากีฉวยโอกาสหลบหนีพวกโจรได้ แต่ต้องเผชิญกับความโหดร้ายในป่าจนเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด โชคดียังเป็นของนางกากี ที่บังเอิญมีกษัตริย์ชรานามว่าท้าวทศวงศ์ผู้เป็นหม้ายแห่งเมืองไพศาลีเสด็จมาเที่ยวป่า ได้นำนางกากีไปชุบเลี้ยงเป็นถึงมเหสี นางกากีไม่บอกความจริงให้ท้าวทศวงศ์เพราะกลัวความไม่ดีของตนเองจะทำให้ท้าวทศวงศ์ไม่รับอุปการะ จิตใจของนางยังไม่เป็นสุขถึงจะได้เป็นถึงมเหสี แต่ท้าวทศวงศ์ก็ทรงโปรดปรานมเหสีร่างงามและกลิ่นกายหอม
                ตั้งแต่ท้าวพรหมทัตลอยแพนางกากีไป ก็ไม่มีความสุขกลับต้องระทมทุกข์ ถึงกับประชวรและสวรรคตในเวลาต่อมา เนื่องจากพระองค์ไม่มีทายาท ข้าราชบริพารจึงได้เลือกผู้ที่เป็นที่รักใคร่ของประชาชนและมีปัญญาเฉียบแหลมขึ้นครองราชย์แทน นาฏกุเวรได้รับเลือกเป็นกษัตริย์แทนท้าวพรหมทัต คนธรรพ์หนุ่มผู้เป็นกษัตริย์ก็ยังรักอาลัยนางกากีอยู่ ได้สืบจนทราบว่านางกากีได้เป็นมเหสีของท้าวทศวงศ์ นาฏกุเวรจึงส่งสารทวงนางกากีในฐานะที่เคยเป็นมเหสีของกษัตริย์เมืองพาราณสีมาก่อน แต่เมืองไพศาลีไม่ยอม จึงได้เกิดสงครามระหว่างสองเมือง ในที่สุดนาฏกุเวรก็ยึดเมือง ไพศาลีได้ และรับนางกากีกลับมาเป็นมเหสีสมใจปรารถนา

                                                          
                ๑.๒ ชะตากรรม
                                 นางกากีถูกประณามว่าเป็นหญิงชั่วในแง่ที่ว่าชั่งเป็นหญิงใจง่ายมากชู้หลายผัว  ไม่รู้จักอิ่มในโลกียรสไหนจะ  พระเจ้าพรหม  พญาครุฑ  แล้วยังจะคนธรรพ์อีก

               
ดิฉันมีความคิดเห็นว่า พฤติกรรมข้างต้นที่สังคมประณามว่าเป็นสิ่งชั่วร้ายเพราะผู้กระทำความผิดเป็นผู้หญิง ซึ่งมันไม่ค่อยยุติธรรมสำหรับฝ่ายหญิงเท่าไหร่นัก เพราะถ้าผู้กระทำความผิดเป็นฝ่ายชาย แทนที่จะได้รับคำประณาม กลับได้รับรับคำยกย่องว่ามีเสน่ห์ดีมีความสามารถ หรือตำหนิแค่เบา ๆ ว่า เจ้าชู้เท่านั้น 

๒.  ชมโฉม
          นางกากีมีบุคลิกลักษณะเหมือนตัวละครเอกฝ่ายหญิงในวรรณคดีไทยทั่วไป  กล่าวคือ  มีรูปรสสมบัติเป็นเลิศ  แม้กวีจะไม่ได้พรรณนาชมโฉมโดยละเอียดแต่ก็กล่าวถึงนางอย่างชื่นชมว่า งามเพี้ยงอัปสรสวรรค์ และ วิลาสดั่งดวงจันทร์ นอกจากนี้นางยังมีคุณสมบัติพิเศษคือ กลิ่นกายหอม ใครได้สัมผัสกายนางจะมีกลิ่นหอมติดตัวไปถึง ๗ วัน ดังคำกล่าวที่ว่า


                                ชื่อกากีศรีวิลาสดั่งดวงจันทร์           เนื้อนั้นหอมฟุ้งจรุงใจ
                                เสมอเหมือนกลิ่นทิพมณฑาทอง     ผู้ไดต้องสัมผัสพิสมัย
                                กลิ่นกายติดตัวผู้นั้นไป                    ก็นับได้ถึงเจ็ดวันทิวาวาร

               
จากข้อความข้างต้นดิฉันมีความคิดเห็นว่านางในวรรณคดีส่วนมากไม่มีนางไหนที่จะขี้เหร่ ไม่สวยงดงามเหมือนเทพธิดา แต่สำหรับนางกากีนอกจากจะมีรูปโฉมที่สวยงดงามแล้ว นางยังมีกลิ่นกายที่หอม ซึ่งสิ่งนั้นดิฉันก็คิดว่า น่าจะเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ผู้ชายหลงใหล ซึ่งก็อาจไม่แตกต่างจากผู้หญิงในปัจจุบันที่มีรูปร่างหน้าตาสวยซึ่งก็นิยมที่จะมีคู่หลายคน


๓.  ลักษณะนิสัย
                  
นางกากีมีลักษณะนิสัยที่ต่างจากบุคลิกภาพนอก  นั้นคือ นางเป็นผู้มีจิตฝักใฝ่ในกามารมณ์อย่างยิ่ง  และยังมีนิลัยเป็นคนพูดปดเพื่อเอาตัวรอด  ลักษณะนิสัยทั้งสองประการนี้ล้วนทำให้พฤติกรรมของนางขัดแย้งกับอุดมคติของสังคมที่มีต่อผู้หญิง  ซึ่งเน้นว่าผู้หญิงต้องรัก  ซื่อสัตว์ต่อสามีเพียงคนเดียว  ดังคำกล่าวที่ว่า


                                                ชายนั้นโฉมวิไลพักตร์         แหลมหลักเชิงเช่นก็เจนจบ
                                                ทั้งกิริยาคมสันครันครบ      อันชายในพิภพนี้ไม่มีปาน

               
จากข้างต้นนางกากีมีลักษณะนิสัยต่างจาก อุดมคติของสังคมที่มีต่อผู้หญิง ซึ่งเน้นว่าผู้หญิงต้องรัก ซื่อสัตว์ต่อสามีเพียงคนเดียว ก็จริงอยู่ แต่ในความเป็นจริงสมัยนี้ผู้หญิงในอุดมคติของสังคมก็เริ่มลดน้อยลงทุกที ผู้หญิงในยุคปัจจุบันไม่ค่อยแคร์เรื่องในการคบผู้ชายเหมือนในสมัยก่อน และปัจจัยที่ทำให้ผู้หญิงต้องพูดโกหก เหตุผลก็คงไม่ต่างอะไรกับนางกากีเท่าไหร่นัก

๔.  สติปัญญา  ความสามารถ

                นางกากีเป็นผู้ที่มีไหวพริบดี  รู้จักการเอาตัวรอด เพื่อให้ตนเองหลุดพ้นจากความผิดในฐานที่มีชู้ถึงสองชายนี้  นางกากีโทษว่าเป็นเพราะ กรรมทั้งสิ้นเป็นการอ้างถึง กรรม ตามที่พบในวรรณคดีไทยทั่วไป สำหรับพญาครุฑนางบอกว่า เขาเรืองฤทธิ์จนจิตเป็นสัตรี ก็สุดที่แท้ว่ากรรมจึงจำเป็น สำหรับคนธรรพ์ นางบอกว่า เพราะกรรมนำเหตุให้หฤโหดประณามโทษว่าผิดอยู่แหล่หลาย   อย่างไรก็ตามนางก็ยังยืนยังว่านางไม่ผิด ด้วยวิธีที่นางขอยอมตายเพื่อแสดงความซื่อสัตย์
ดังคำกล่าวที่ว่า            
                                                ถึงกระนั้นจริงใจไม่ปฏิพัทธ์        เป็นความสัตย์ว่าไปใครจะเห็น
                                                พร่ำบวงบนเทพเจ้าทุกเช้าเย็น      ขอให้ครุฑเคลิ้มเคล้นมาส่งคืน


                และยังกราบทูลอีกว่า  เมื่อนาฏกุเวรไปส่งข่าวว่าพระเจ้าพรหมทัตเสียพระทัยที่นางจากมา  นางรู้สึกเศร้าโศกมากจนกระทั่ง
                                            ให้อัดอั้นตันจิตดังพิษปืน             สลบลงกับพื้นพิมานบน

ส่วนการที่นางเป็นเมียนาฎกุเวรนั้น  นางแก้ตัวว่า  


                                                 ดั่งร่างผีมิได้รู้สึกสกนธ์              เท็จจริงก็เหมือนจนประจานกาย 


                จากข้างต้นจะเห็นได้ว่านางกากีมีนิสัยชอบพูดปด มีสาติปัญญาในการคิด และมีไหวพริบในการเอาตัวรอด เพื่อหลุดพ้นความผิด แต่อย่างไรก็ตามการกระทำของนางกากี ก็ยังไม่เป็นที่ยอมรับในสังคม ทุกคนก็ยังคงมองว่านางผิด
                 นางกากี ในเรื่อง กากี นับเป็นนางเอกที่อื้อฉาวที่สุดก็ว่าได้ พฤติกรรมการมีสามีหลายคนของนางกากี ทำให้นางถูกสังคมประณามเธอว่าเป็นหญิงชั่ว มีจิตใจฝักใฝ่ในกาม พฤติกรรมทำนองนี้เป็นถือว่าเป็นสิ่งที่ชั่วเลวทราม  ไม่สมควรที่จะได้รับการอภัยไม่ว่าจะเป็นชายหรือหญิง  ทั้งนี้เพื่อที่จะช่วยให้มาตรฐานจริยธรรมของ ชาย
หญิง ในสังคมไทย อยู่ในระดับสูงเพียงพอที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สุขแก่ผู้คนที่เกิดมาในสังคม ถ้าผู้ชายไม่ชอบให้ผู้หญิงของตนคบชู้สู่ชาย  ผู้หญิงคนไหนบ้างที่จะยินดี ถ้าผู้ชายที่ตัวเองรักไปมีคนอื่น ดิฉันคิดว่าน่าจะเอาใจเขามาใส่ใจเราบ้างก็ดีนะคะ
               ต่อมาพระยาครุฑได้บินมาลักพานางไปยังวิมานฉิมพลี ทำให้ท้าวพรหมทัตกลัดกลุ้มพระทัย คนธรรพ์นาฏกุเวรซึ่งเป็นพี่เลี้ยงของท่านท้าวก็อาสาจะลักพานางกลับมา แต่แทนที่จะพานางกลับเมืองกลับเกี๊ยวพาและเล้าล้อมนางจนได้เสียกัน ท่านท้าวจึงนำนางไปปล่อยแพกลางทะเล ต่อมานางได้รับความช่วยเหลือจากนายสำเภา ซึ่งได้รับนางเป็นภรรยา แต่เคราะห์กรรมนางยังไม่หมด ต่อมาถูกนายโจรมาลักพาตัวไปเพราะหลงไหลในความงาม ปรากฎว่าหมู่โจรเกิดการแย่งชิงนาง นางหนีไปได้และได้เป็นมเหสีของท้าวทศวงศ์ นับดูแล้วนางกากีมีสามีถึง 5 คน แสดงว่าต้องเป็นคนที่เซ็กซี่มีเสน่ห์ดึงดูดเพศตรงข้ามอย่างมาก

 

แหล่งอ้างอิง :

www.ebook.mtk.ac.th

คณะกรรมการกลุ่มผลิตชุดวิชาภาไทย . วรรณคดีไทย-ประวัติและวิจารณ์. พิมพ์ครั้งที่๔.  

                 สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช , ๒๕๔๖.

มาลัย . หนังสือเรื่องนางในวรรณคดี .บวรสารการพิมพ์ , ๒๕๔๘