นางรจนา

posted on 15 Jul 2009 10:30 by thaicharm

                                        เสน่ห์นางในวรรณดคี : นางรจนา

                                       จากวรรณคดีไทย เรื่องสังข์ทอง

                                     

                ความหมายของนางในวรรณคดีในที่นี้  ต้องการที่จะนำเสนอบทบาทของผู้หญิงที่ได้รับยกย่องให้เป็นตัวละครเอกในวรรณคดีเรื่องต่าง ๆ  ซึ่งถ้าหากเราจะมองกันบทบาทของผู้หญิงในสังคมสมัยโบราณ  มักจะมีคำสุภาษิตบอกว่า ผู้หญิงคือ ช้างเท้าหลัง  ซึ่งก็หมายความว่าผู้หญิงเป็นได้ก็แต่เพียงผู้ตามเท่านั้น  หรือถ้าจะดูถึงบทบาททางด้านการบริหารทั้งในบ้านและในสังคมผู้หญิงก็จะเป็นคี่ผู้คอยปรนนิบัติและปฏิบัติงานให้ผู้ชายเท่านั้น  แต่ถ้าเราจะมองผู้หญิงในวรรณคดีอย่างพินิจพิเคราะห์แล้ว  จะเห็นได้ว่าผู้หญิงมีบทบาทต่อครอบครัวและครอบครัวเป็นอย่างมาก
                แต่ในมุมมองของข้าพเจ้า  ต้องการที่จะชี้ให้สังคมได้รับรู้ว่าผู้หญิงมีบทบาทสำคัญต่อสังคมในทุก ๆ ด้าน  ข้าพเจ้าจึงได้จับเอานางในวรรณคดีมาวิเคราะห์เปรียบเทียบหรือเป็นตัวอย่างบทบาทของผู้หญิง  ในครั้งนี้จะกล่าวถึง  นางรจนา  ซึ่งเป็นนางเอกในเรื่อง  สังข์ทอง  อันเป็นบทพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย  เป็นวรรณคดีที่แพร่หลายทำให้เจ้าเงาะและนางรจนาประทับตรึงใจในความทรงจำของคนไทยถึงขั้นเรียกว่าเป็นพระ-นาง  อมตะอีกคู่หนึ่ง  ทำให้เกิดข้อคิดในแง่ของการมองคนว่าอย่ามองคนแต่ภายนอก  คนเราทุกคนเลือกเกิดไม่ได้แต่เลือกที่จะกระทำได้

๑. บทบาท
                ๑.๑ บทบาทในการดำเนินชีวิต
                                ประวัตินางรจนา

                                นางรจนา จากเรื่องสังข์ทอง เป็นธิดาสุดท้องจากจำนวนเจ็ดองค์ของท้าวสามล พี่ๆเลือกคู่ได้สามีที่คู่ควรกันแล้ว แต่นางรจนากลับเลือกได้เจ้าเงาะรูปชั่วตัวดำ ทั้งๆที่ตนเป็นสาวสวย จึงเป็นที่เยาะเย้ยไปทั่ว ทำให้พระบิดากริ้วไล่ให้ไปตกระกำลำบากที่กระท่อมปลายนา แต่ความจริงที่นางเลือกก็เพราะเห็นรูปทองอยู่ข้างใน เจ้าเงาะถึงจะขี้ริ้วแต่ก็มีวิชาความรู้ จนต่อมาพระอินทร์ต้องแปลงร่างมาตีคลีเพื่อช่วยให้เจ้าเงาะได้ถอดรูปให้ทุกคนได้เห็นรูปทองในที่สุด ดังนั้นสาวๆที่มีสามีขี้ริ้วจึงมักถูกว่าเป็นนางรจนาควงเจ้าเงาะ
                ตอนกำเนิดและชีวิตในวัยเยาว์ของนางรจนาไม่ได้กล่าวไว้  จึงสันนิษฐานว่าชีวิตในวัยเด็กคงราบรื่นไม่มีปัญหาใด ๆ เป็นลูกที่ดีของพ่อแม่เป็นน้องที่รักของพี่ ๆ จะมามีเรื่องราวก็ตอนโตเป็นสาวแล้วนั้นเอง  ส่วนบทบาทของความเป็นภรรยาเป็นศรีภรรยาและเป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ไม่ขาดตกบกพร่อง
                ๑.๒ ชะตาชีวิต

                                รจนาได้ได้ต่อสู่กับชะตาชีวิตของตน  โดยเกิดขึ้นจาก  การเลือกคู่ของนาง  เมื่อนางเลือกเจ้าเงาะเป็นคู่ครอง  ทำให้บรรดาบิดามารดา  และพี่ของนางทุกคนเกิดการไม่พอใจ  บิดาเลยให้ไปอยู่กระท่อมปลายนากับสามีของนาง  รจนาอยู่อย่างยากลำบาก  ต้องปลูกผักกินเอง  หุงหาอาหารต่าง ๆ  โดยที่นางไม่เคยได้ทำมา  แต่เมื่อนางมาอยู่กับเจ้าเงาะ  เจ้าเงาะก็ได้สอนการเป็นแม่บ้านแม่เรือนให้กับนาง  จนนางทำได้ทุกอย่างและอยู่ด้วยกันอย่างเป็นสุข  แต่บรรดาพ่อแม่และพี่ ๆ ก็ยังไม่อยู่เฉย  ค่อยแกร่งอยู่ตลอด  เช่น  พระบิดาสั่งให้เจ้าเงาะหาเนื้อหาปลาไปถวายทุกวัน  และเป็นจำนวนที่มาก  เป็นต้น  กว่าที่เจ้าเงาะกับนางรจนาจะได้อยู่ด้วยความสงบนั้น  มีพระอินทร์สงสารทั้งคู่เลือกคิดอุบายจะมาจะมาตีเมืองของท้าวสามนต์  ท้าวสามนต์ก็ได้ให้เขยทั้งหลายออกมารบ  ต่อก็ต้องแพ้พ่าย   จนต้องให้เจ้าเงาะมารบจนชนะ  ทำให้ท้าวสามนต์พอใจเลยให้ทั้งสองเข้ามาอยู่ในวังประจวบกับที่เจ้าเงาะทอดรูปเป็นพระสังข์  ทุกคนจึงหลงใหลในตัวของเจ้าเงาะ  และอยู่ด้วยกันอย่างสงบสุขตลอดมา  


                                                               
๒. รูปโฉม

                กล่าวถึงท้าวสามนต์ครองเมืองกับนางมณฑามเหสีเอก  ไม่มีโอรส  มีธิดาเจ็ดนาง  แต่ละนางมีหน้าตาสวยดังที่มีบรรยายไว้ว่า
                                                งามโฉมชะอ้อนอ่อนเอวองค์                งามขนงวงพักตร์โสภาโดยเฉพาะพระธิดาองค์เล็กนั้นงามเป็นพิเศษ  ดังที่ว่า

                                                น้องนุชสุดท้องชื่อรจนา                        โสภาเพียงนางสวรรค์

                และตอนที่เจ้าเงาะป่าได้พรรณนาความงานของนางรจนา  ดังบทประพันธ์ต่อไปนี้

                                                พิศโฉมพระธิดาวิลาวัณย์      ผุดผาดผิวพรรณดังดวงเดือน
                                                งานละม่อมพร้อมสิ้นทั้งอินทรีย์            นางในธรณีไม่มีเหมือน
                                                แสร้งทำแลเสี่ยงเบี่ยงเปือน    ให้ฟั่นเฟือนเตือนจิตคิดปอง
                                                พระจึงตั้งสัตย์อธิษฐาน                          แม้นบุญญาธิการเคยสมสอง
                                                ขอให้ทรามสงวนนวลน้อง     เห็นรูปพี่เป็นทองต้องใจรัก


๓. ลักษณะนิสัย

                รจนาเป็นกุลสตรี  เป็นผู้หญิงที่เรียบร้อย  อ่อนน้อมถ่อมตน  อยู่ในกรอบประเพณีและเป็นแม่บ้านแม่เรือน  เป็นหญิงที่มีความอดทนและมีการควบคุมภาวะทางอารมณ์ได้อย่างดียิ่งและเป็นผู้ที่มีความเชื่อมั่นในตัวของตังเองสูง  โดยมีสติไม่ได้ตัดสินใจด้วยอารมณ์แต่ตัดสินใจด้วยเหตุผลที่ตนเองได้ไตร่ตรองแล้ว  มีจิตใจที่เป็นอิสระ  และมีความเข้มแข็ง  จะเห็นได้จากการเลือกคู่ของนางในตอนแรกที่นางไม่เลือกใครเลย  และมาครั้งที่สองก็ได้เลือกเจ้าเงาะในที่สุด  การกระทำทั้งสองครั้งนี้เป็นสิ่งขัดแย่งกับความคิดความเข้าใจของคนอื่น  แต่รจนาก็กล้าคิดกล้ากระทำด้วยความเชื่อมั่นว่าตนเองเป็นผู้ถูก  และอดทนจนความจริงปรากฏ
                หากเราจะมาพิจารณาเหตุผลที่รจนาเลือกเจ้าเงาะ  จะพบว่า  นอกจากความปลาบปลื้มในรูปโฉมของพระสังข์แล้ว  นางได้ครวญว่า

                                                แสนสมัครรักใคร่ใหลหลง   ด้วยรูปทรงเป็นทองต้องจิต

                รจนายังเลือกเจ้าเงาะด้วยเหตุผลที่สงสัยว่าเป็น  บุญ  ของตนที่ได้เห็นสิ่งที่คนอื่นไม่เห็นด้วย  สิ่งนี้น่าจะเป็นการท้าทายการตัดสินใจของรจนามากกว่า  นางจึงไม่ได้ทิ้งพวงมาลัยไปสวมหัตถ์ผู้ที่เลือกเหมือนอย่างพี่นางทั้งหกคน    แต่ใช้วิธีเสี่ยงพวงมาลัย  คือก่อนที่ทิ้งพวงมาลัยนั้นได้อธิฐานด้วยว่าหากพระสังข์และนางเป็นคู่ครองกันมาแต่ชาติปางก่อน  ก็ขอให้มาลัยที่ทิ้งไปต้องตัวเจ้าเงาะรูปทอง  ในตอนนั้นชายที่มาให้นางรจนาเลือกคู่นั้นมีเจ้าเงาะเพียงคนเดียว  หากตกลงใจเลือกแล้วจะทิ้งพวงมาลัยไปอย่างไรก็ต้องถูกเจ้าเงาะ  การเสี่ยงพวงมาลัยอธิฐานจึงเป็นการเพิ่มความมั่นใจในการตัดสินใจ  การเลือกคู่ครองที่ผู้อื่นเห็นว่าไม่เหมาะสม  เช่นนี้  ทำให้รจนาอยู่ในภาวะน้ำท่วมปาก  เพราะนางรู้ดีว่าอธิบายสิ่งที่นางเห็นอย่างไรก็จะไม่มีใครเชื่อ  คนย่อมเชื่อในสิ่งที่เห็นกับตา  อันได้แก่รูปโฉมภายนอกมากกว่าจะเชื่อสิ่งที่มองไม่เห็น  อันได้แก่จิตใจ  เจ้าเงาะจึงกล่าวกับรจนาว่า

                                 ซึ่งสวมรูปเงาะป่ามานี้ไซร้  หวังจะให้น้องคิดปริศนา

                ปริศนาที่ว่าคือ  การใช้รูปเงาะเป็นสิ่งวัดน้ำใจ  คนทั่งไปย่อมไม่ชอบสิ่งที่น่าเกลียดน่าชัง  แต่คนที่มีปัญญามีเหตุผลย่อมสามารถมองทะลุรูปร่างภายนอกเข้าไปสัมผัส  ของแท้  ที่อยู่ภายในได้  เหมือนเช่นที่รจนามองเห็นรูปทองที่อยู่ในร่างเงาะ  เจ้าเงาะจึงชมเชยนางรจนาว่า

                                เจ้าปลงถูกแล้วนะแก้วตา      จึงรู้ว่าเงาะงามเป็นรูปทอง

                ลักษณะนิสัยกล้าเสี่ยงกับสิ่งที่ท้าให้พิสูจน์  และต้องได้คำตอบจนหมดข้อสงสัยจึงจะคลายใจเช่นนี้เอง  ทำให้นางรจนาไม่ได้เคลิบเคลิ้มไปกับการเกี้ยวพาราสี  ถูกเนื้อต้องตัวของพระสังข์จนหมดใจ  เหมือนตัวอย่างตัวละครหญิงบางคนในวรรณคดีไทยเรื่องอื่น ๆ ที่ร่วมประเวณีกับผู้ชายโดยที่ไม่ได้รู้จักมาก่อน  เช่น  นางรื่นนางโรยในลิลิตพระลอ  นางอุษาในอนิรุทธิ์ตำฉันท์และอุณรุท  เป็นต้น  รจนาไม่ยอมปลงใจกับพระสังข์จนกว่าจะได้รู้ว่า  มีเทือกเถาเหล่ากออย่างไร  เมื่อได้รู้ว่ามีชาติกำเนิดสูงเป็นกษัตริย์รจนาจึงหมดข้อสงสัย  ดังที่กวีบรรยายว่า

                                ที่ทุกข์ร้อนผ่อนผันบรรเทา   นงเยาว์ยิ